การวัดระยะทาง (Distance Measurement) ด้วยกล้อง Total Station
อัปเดตล่าสุด: 2026-07-14 · 296 ผู้เข้าชม
การวัดระยะทาง (Distance Measurement) ด้วยกล้อง Total Station
การวัดระยะทางด้วยกล้อง Total Station จะใช้ระบบ EDM (Electronic Distance Measurement) ยิงแสงเลเซอร์ไปสะท้อนกลับเพื่อคำนวณระยะทางในระดับมิลลิเมตร โดยมีหลักการสำคัญที่ช่างสำรวจต้องรู้ดังนี้:
1. 3 ประเภทของระยะทางที่กล้องคำนวณ (Distance Types)
เมื่อกดปุ่มยิงระยะ คอมพิวเตอร์ในกล้องจะแปลงค่าออกมาเป็น 3 รูปแบบตามแกนคณิตศาสตร์
- SD (Slope Distance - ระยะเอียง) : ระยะทางตรงจากกึ่งกลางเลนส์กล้องไปยังกึ่งกลางเป้าปริซึม
- HD (Horizontal Distance - ระยะราบ) : ระยะราบหลังจากหักล้างมุมดิ่งแล้ว เป็นระยะที่สำคัญที่สุดในการนำไปใช้วาดแบบ ขีดเขต หรือลงโปรแกรม AutoCAD
- VD (Vertical Distance - ระยะดิ่ง) : ค่าความต่างระดับในแนวดิ่งระหว่างแกนกล้องกับเป้าปริซึม (ใช้คำนวณหาค่าระดับความสูง Z)
2. โหมดการยิงเลเซอร์ (EDM Modes)
ช่างสำรวจสามารถเลือกโหมดการยิงให้เหมาะกับวัตถุเป้าหมายได้ 2 รูปแบบหลัก:
A. โหมดใช้เป้าปริซึม (Prism Mode)
- การใช้งาน: ยิงสะท้อนกับแท่งแก้วปริซึม (Prism) โดยเฉพาะ
- ข้อดี: วัดระยะได้ไกลมาก ($1-5 \text{ km}$) และมีความแม่นยำสูงที่สุด
- ข้อควรระวัง : ต้องตั้งค่า Prism Constant (PC) หรือค่าชดเชยคงที่ของเป้าในกล้องให้ตรงกับสเปกของเป้าจริง (เช่น 0 mm, -30 mm) ไม่งั้นระยะราบจะเพี้ยนเท่ากันทุกหมุด
B. โหมดไม่ใช้เป้าปริซึม (Non-Prism / Reflectorless Mode)
- การใช้งาน : ยิงเลเซอร์แดงชนผิววัตถุโดยตรง (เช่น ผนังปูน โครงเหล็ก ผิวถนน)
- ข้อดี : สะดวก ปลอดภัย ไม่ต้องส่งคนเดินถือโพลไปในจุดเสี่ยงอันตราย (เช่น หน้าผา หรือยอดตึก)
- ข้อควรระวัง : ระยะยิงสั้นกว่าโหมดปริซึม และค่าอาจเพี้ยนหากยิงมุมเฉียงจัด หรือเจอวัตถุผิวสะท้อนแสงสูง/วัตถุสีมืดสนิท
แสงเลเซอร์เดินทางผ่านชั้นบรรยากาศโดยมีความเร็วเปลี่ยนไปตามอุณหภูมิและความกดอากาศ สำหรับงานที่ต้องการความละเอียดสูง (เช่น งานโครงสร้างรถไฟฟ้า หรืออาคารสูง) ก่อนเริ่มงานควรตรวจเช็กและป้อนค่าสภาพอากาศ (ค่า PPM) เข้าไปในกล้อง เพื่อให้ซอฟต์แวร์คำนวณชดเชยระยะทางได้แม่นยำที่สุด