Fine vs Tracking เลือกโหมดการยิงระยะ Total Station อย่างไร?
อัปเดตล่าสุด: 2026-05-25 · 215 ผู้เข้าชม
Fine vs Tracking เลือกโหมดการยิงระยะ Total Station อย่างไร?
ในการทำงานกับกล้อง Total Station หนึ่งในฟังก์ชันที่ต้องปรับเปลี่ยนให้เหมาะกับสถานการณ์คือ โหมดการวัดระยะ (Distance Measurement) ซึ่งสองโหมดหลักที่ใช้งานบ่อยที่สุดคือ Fine (ละเอียด) และ Tracking (หยาบ/ไว) การเลือกใช้ให้ถูกงานจะช่วยเซฟทั้งเวลาและเพิ่มความแม่นยำอย่างสูงสุด
1. โหมด Fine (เน้นความแม่นยำ สูงสุดระดับมิลลิเมตร)
โหมดนี้กล้องจะส่งลำแสง EDM ไปสะท้อนกลับหลายครั้งเพื่อหาค่าเฉลี่ยที่แม่นยำที่สุด โดยใช้เวลาประมวลผลประมาณ 1-3 วินาทีต่อจุด
เหมาะสำหรับ :
- งานวางหมุดหลักฐาน (Control Network) : งานสร้างจุดอ้างอิงของโครงการที่ห้ามคลาดเคลื่อน
- งานตรวจสอบโครงสร้าง (As-Built / Monitoring) : งานเช็คระยะเสา, ตรวจสอบการทรุดตัว หรือตำแหน่งทางดิ่งที่ต้องการความเป๊ะ
ข้อควรระวัง : แสงต้องนิ่ง หากเป้าสั่นหรือมีสิ่งกีดขวางตัดหน้าขณะสแกน ค่าอาจขึ้น Error ได้ง่าย
2. โหมด Tracking (เน้นความเร็ว แสดงผลแบบเรียลไทม์)
โหมดนี้กล้องจะยิงแสงถี่ๆ และอัปเดตระยะทางบนหน้าจอทันทีในเสี้ยววินาที แต่จะยอมแลกกับความคลาดเคลื่อนที่ยอมรับได้ในระดับ 5-10 มิลลิเมตร
เหมาะสำหรับ
- งานวางผัง / ปักหมุด (Stake Out) : ใช้ตอนไล่ต้อนคนถือเป้าเข้าหาพิกัดจริง เพราะจังหวะเดินกล้องจะบอกระยะทางที่เหลือได้ทันทีโดยไม่ต้องรอนาน
- งานสแกนภูมิประเทศ (Topographic Survey) : เก็บค่าระดับดิน ขอบทาง หรือพื้นที่มุมกว้างที่เน้นความรวดเร็ว
ข้อดี : หน้าจออัปเดตตัวเลขตลอดเวลา ทันใจ ไม่กลัวเป้าขยับ
สำหรับงาน Stake Out (วางผัง) ให้เปิดโหมด Tracking เพื่อพาคนถือเป้าเดินเข้าใกล้จุดจริงให้เร็วที่สุด (เมื่อเหลือระยะหลักเซนติเมตร) จากนั้นให้คนถือเป้ายืนนิ่งๆ แล้วกดสลับเป็นโหมด Fine อีกครั้ง เพื่อล็อกระยะสุดท้ายให้เป๊ะก่อนตอกหมุดไม้
ยินดีให้คำปรึกษาแนะนำ กล้องระดับ กล้องวัดมุม กล้องประมวลผลรวม และบริการหลังการขาย : บริษัท พี นัมเบอร์วัน อินสตรูเม้นท์ จำกัด